ปิดป้ายนี้

รู้ทันโรคภัยของเด็กๆ ช่วงปิดเทอมรับมือได้ไร้ความกังวล

วันที่ 25/03/2557

summer1

รู้ทันโรคภัยของเด็กๆ ช่วงปิดเทอมรับมือได้ไร้ความกังวล(ตอนที่ 1)

         ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อน พ่อแม่หลายคนก็ร้อนอก ร้อนใจตามไปด้วย เพราะตรงกับช่วงปิดเทอม หลายคนต้องให้ลูกไปอยู่กับคุณย่า คุณปู่ คุณตา คุณยา เพราะตนเองมีภารกิจกับงานประจำ บ้างก็ส่งลูกไปเรียนพิเศษคลุกคลีอยู่กับเพื่อนๆ ที่มีสุขภาพปกติดีบ้าง  ป่วยบ้าง ก็น่าห่วงอยู่ไม่น้อย เพราะเด็กเดี๋ยวนี้ซนเหลือเกิน บ้างก็วิ่งเล่นตากแดด พอร้อนก็วิ่งไปเล่นเกมในห้องแอร์ ต้องสัมผัสกับอากาศทั้งร้อนและเย็น ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิอยู่ตลอดเวลา

ช่วงต้นมีนาคม เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มที่  จะเป็นช่วงเวลาเสี่ยงที่ โรคหัด หรือเรียกว่าไข้ออกผื่น มักเกิดการระบาดเพิ่มสูงมากขึ้น โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีความสำคัญมากโรคหนึ่ง ถ้าไม่มีภูมิต้านทานจะเป็นได้ทุกอายุ แต่พบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุ 1-6 ปี แต่มักไมพบในเด็กเล็กกว่า 8 เดือนเพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันจากแม่ โรคนี้ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนทำให้ถึงเสียชีวิตได้  เคยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกถึงประมาณ 454,000 ราย  โรคนี้เป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อไวรัสเรียกว่ารูบีโอราไวรัส (rubeola virus) สามารถพบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย ช่องทางติดต่อของโรคนี้ คือ ทางลมหายใจจากการไอ จาม รดกันโดยตรง หรือหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ปนเปื้อนเชื้อลอยอยู่ในอากาศเข้าไป หรือการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อจะเป็นโรคนี้เกือบทุกรายเพราะเชื้อนี้สามารถติดต่อกันได้ง่ายมาก   โรคหัดสามารถติดต่อกันได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนที่จะเริ่มมีผื่นขึ้น จนกระทั่งผื่นขึ้นไปได้ 4 วัน หลังจากนั้นไม่ใช่ระยะที่ติดต่อได้ง่ายอีกต่อไป                 

อาการของโรคหัดจะคล้ายกับอาการของไข้หวัดธรรมดา คือ มีไข้ก่อนน้ำมูกไหล มักจะไอแห้งๆ ตลอดเวลา ไมมีทางทราบ เลยว่า เด็กเป็นหัดแล้ว จนเมื่ออาการเพิ่มขึ้น มีไข้สูง ตาแดงแฉะ กลัวแสง เวลาโดนจะแสบระคายเคืองตา ไอและมีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดง เด็กอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3 – 4 วัน จึงเริ่มมีผื่นขึ้นคล้ายผื่นแพ้ยาลุกลามจากหลังหูไปยังหน้าบริเวณชิดขอบผม แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา ถ้าสังเกตจะพบกอน วันที่เด็กจะมีผื่นออกตามลําตัวจะมีตุ่มเล็กๆ ในปากตรงกระพุ้งแก้มตรงฟันกรามบน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคหัดเทานั้น ผื่นจะมีขนาดโตขึ้นและสีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ เป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดง ซึ่งคงอยู่นาน 5-6 วัน กว่าจะจางหายไปหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์   กลุ่มเสี่ยงโรคนี้เป็นเด็กก่อนวัยเรียนและเด็กในวัยเรียน   การป้องกันโรคนี้คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย วิธีที่ดีที่สุดคือให้วัคซีนป้องกันรวมโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม ที่เรียกว่าเอ็มเอ็มอาร์ ซึ่งเด็กทุกคนควรไปรับวัคซีนป้องกันโรคหัด คือฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 9-12 เดือน และกระตุ้นเมื่อเริ่มชั้นประถม 1 หรืออายุ 6 ขวบ

ปิดเทอมซัมเมอร์" แทนที่พ่อแม่จะส่งลูกไปเรียนพิเศษ และมีของแถมกลับมาคือ โรคที่ได้กล่าวถึงในเบื้องต้น  คุณพ่อ คุณแม่ควรจะถือโอกาสทองช่วงนี้ ให้เขาได้พักสมองให้เต็มที่ หากิจกรรมทำเพื่อสานความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น รวมทั้งปลูกฝังนิสัยดีๆ ต่างๆ ให้กับลูก  เด็ก ๆ รักการปิดเทอมและเฝ้ารอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะนั่นหมายถึงการพักจากการไปโรงเรียน และเป็นการพักให้สมองคลายเครียด ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดที่เด็กจะมีพัฒนาการความฉลาดทางด้านอารมณ์ หรือที่เรียกว่า EQ นั่นเอง

นางสาวสกาวรัตน์ เทพรักษ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ งานอนามัยแม่และเด็ก ศูนย์อนาามัยที่ 4 ราชบุรี