ปิดป้ายนี้

อย่า! คิดว่าส้วมไม่สำคัญ สิ่งใกล้ตัวแต่ถูกละเลย

วันที่ 02/04/2557

toilettex

อย่า! คิดว่าส้วมไม่สำคัญ สิ่งใกล้ตัวแต่ถูกละเลย

         “ส้วม”...อย่าคิดว่าไม่สำคัญ ส้วมจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ถึงแม้ว่าจะเป็นสถานที่ซึ่งไม่น่าพิสมัยสักเท่าไร แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ส้วมไม่มีความจำเป็น ส้วมเป็นวิวัฒนาการทางสังคมรูปแบบหนึ่ง มีเหตุผลทั้งเรื่องของสุขภาพและความสะดวก จะสร้างส้วมให้ดีเฉพาะที่อยู่ในบ้านไม่พอแล้ว ต้องรวมไปถึงส้วมที่มีอยู่ตามสถานที่ราชการและสถานบริการต่างๆ ซึ่งเป็นจุดรวมของผู้คนที่ใช้ขับถ่ายนอกบ้าน ถ้าเกิดทำไม่ดี มันจะส่งผลกระทบหลายอย่าง เช่น  การแพร่กระจายของเชื้อโรค และปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการกลั้นปัสสาวะเนื่องจากเจอส้วมไม่สะอาด

หลายคนคงไม่ได้นับว่าคนเราเข้าส้วมประมาณวันละกี่ครั้ง ทุกคนต้องเข้าส้วมอย่างน้อยวันละ 6-8 ครั้ง หรือเฉลี่ยปีละ 2,500 ครั้ง และถ้าคนเรามีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 70 ปี ในชั่วชีวิตหนึ่ง คนเราต้องใช้เวลาอยู่ในส้วมถึงประมาณ 3 ปีทีเดียว  ขณะที่คนเราต้องพึ่งพา ส้วมแทบทุกวัน แต่จะมีสักกี่คนที่เห็นและรู้สึกถึงความสำคัญ ทั้งมีความคิดและรู้จัก รักส้วมและอยากจะทำให้ ส้วมสะอาดน่าใช้ เหมือนบ้าน หรือสถานที่อื่นๆ ที่เราพยายามปรับปรุงให้น่าอยู่ในทุกอณูของพื้นที่ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ปัจจุบันมีประเทศที่ให้ความสำคัญกับ ส้วมในอันดับต้นๆของโลก คือ สิงคโปร์ ถึงขนาดมีการจัดตั้ง วิทยาลัยส้วมโลกแห่งแรกของโลก ขึ้นเมื่อปี 2548 สอนกันตั้งแต่ความเป็นมาของส้วม การดีไซน์ห้องน้ำ ห้องส้วมแบบต่างๆ การรักษาสุขอนามัยของส้วม ไปจนถึงการออกแบบดีไซน์ส้วมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่หันกลับมาที่ประเทศไทยบ้าง

          กรมอนามัย มีแผนพัฒนาส้วมสาธารณะไทยมาตั้งแต่ปี 2548 และเริ่มสำรวจสถานการณ์ ส้วมสาธารณะ จำนวน 6,149 แห่ง พบว่ามีส้วมสาธารณะผ่านเกณฑ์มาตรฐานในภาพรวมเพียง 9.08% หรือเพียง 558 แห่งเท่านั้น ล่าสุดในปี 2551 กรมอนามัยได้สำรวจส้วมสาธารณะ จำนวน 51,025 แห่ง พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 15,742 แห่ง หรือประมาณ 30.85% เท่านั้น สถานการณ์ส้วมสาธารณะของศูนย์อนามัยที่ 4  พบว่า  ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ ในปี 2556  ร้อยละ 60

         ผลร้ายของการมี ส้วมไม่สะอาดเพียงพอผลการสำรวจห้องน้ำสาธารณะ ของกรมอนามัยเมื่อปี 2547 และ 2549 พบว่า จุดอันตรายที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม ต้นเหตุโรคอุจจาระร่วง อันดับ 1 คือ บริเวณที่จับสายฉีดชำระ จุดที่ 2 คือ บริเวณพื้นห้องส้วม และจุดที่ 3 คือ ที่รองนั่งส้วมแบบนั่งราบ หรือโถนั่งชักโครก โดยเชื้อโรคที่พบ เป็นการปนเปื้อนจากอุจจาระ นอกจากนี้ ยังมีจุดเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆ เช่นโรคเริม ไข้รากสาด เชื้อรา หรือโรคอื่นๆ อีก 4 จุด คือ ที่กดน้ำทำความสะอาดในห้องส้วม ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู และอ่างล้างมือ

          ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี  ได้ดำเนินโครงการพัฒนาส้วมสาธารณะอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี  โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่  เพื่อพัฒนาส้วมสาธารณะในกลุ่มเป้าหมายให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะ (HAS)  และเพื่อขยายผลไปสู่ชุมชน  และครัวเรือนให้มีส้วมที่สะอาด  เพียงพอ  และปลอดภัย    ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์มากกว่าปลดทุกข์

 

นางสาวมัตติกา  ยงอยู่ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
กลุ่มงานพัฒนาอนามัยสิ่งแดล้อม ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี