ปิดป้ายนี้

ดื่มน้ำมีฟลูออไรด์สูง ทำให้ฟันตกกระ

วันที่ 07/05/2557

Fluorosis

ดื่มน้ำมีฟลูออไรด์สูง ทำให้ฟันตกกระ

          น้ำบริโภคเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต   ภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจในการจัดหาน้ำบริโภคให้เพียงพอ และดูแลควบคุมคุณภาพน้ำบริโภคนั้นให้ปลอดภัย คือ ไม่มีเชื้อโรค และไม่มีสารปนเปื้อนในปริมาณที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดความผิดปกติในระยะยาว    หลายพื้นที่ในภาคตะวันตกของประเทศไทย มีปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำสูงโดยธรรมชาติตามลักษณะทางธรณีวิทยา  เพราะเป็นบริเวณที่มีสายแร่ฟลูออไรด์  น้ำบนพื้นดินไหลซึมผ่านชั้นดินและชั้นหิน พร้อมทั้งดูดซับ ละลายแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งฟลูออไรด์ ลงไปขังในแอ่งน้ำใต้ดิน   ทำให้เกิดการปนเปื้อนของสารฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำใต้ดิน  น้ำผิวดิน   น้ำแร่ธรรมชาติ และน้ำพุร้อน ในบริเวณภาคตะวันตกจึงมีปริมาณฟลูออไรด์สูง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กำหนดค่ามาตรฐานปริมาณฟลูออไรด์สำหรับน้ำประปาดื่มได้ คือ ฟลูออไรด์ไม่เกิน 0.7 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ 0.7 ส่วนในล้านส่วน (ppm)  การบริโภคน้ำที่มีฟลูออไรด์สูงจะทำให้เกิดความผิดปกติที่ฟันและกระดูก โดยความผิดปกติที่ฟันเรียกว่าเป็น “ฟันตกกระ” ซึ่งพบได้ในคนที่ดื่มน้ำที่มีฟลูออไรด์สูงตั้งแต่เด็กในช่วงที่มีการสร้างฟัน   ส่วนพิษต่อกระดูกนั้นส่งผลต่อทุกช่วงวัย คือฟลูออไรด์จะรบกวนการสร้าง การซ่อมแซม การสะสม และการจับของแคลเซียม ทำให้มีความบกพร่องของโครงสร้างกระดูก  อาจทำให้เกิดความผิดปกติของข้อต่อ  มีกระดูกงอกที่กระดูกสันหลังจนกดทับเส้นประสาท  การได้รับฟลูออไรด์ปริมาณสูง ติดต่อกันนาน ๆ ส่งผลทำให้การทำหน้าที่ของไตผิดปกติ     ในขณะที่พิษฟลูออไรด์เฉียบพลัน เกิดในกรณีที่ร่างกายได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงมากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว  และได้รับเข้าไปอย่างทันทีทันใด ผู้ป่วยมักเสียชีวิตด้วยไตวาย ระบบประสาทถูกขัดขวางการทำงาน และระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ

            ฟันตกกระ เป็นอาการแสดงอย่างแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากพิษของฟลูออไรด์  คือ เคลือบฟันจะมีการเจริญพร่อง (hypoplasia)  มีลักษณะผิดปกติตั้งแต่มีรอยขาวขุ่นเหมือนกระดาษหรือชอล์ค  บ้างก็มีการติดสีน้ำตาล  เคลือบฟันเปราะมากกว่าฟันปกติ มีการแตกกะเทาะเป็นหลุมร่อง หรือเว้าแหว่งจนเสียรูปร่างฟัน     โดยมีสาเหตุจากการได้รับฟลูออไรด์เข้าสู่ร่างกายมากเกินไปในระยะที่มีการสร้างฟัน  (สำหรับฟันหน้าแท้คือ ช่วงอายุ 0-8 ปี)   ความรุนแรงของฟันตกกระขึ้นกับปริมาณและระยะเวลาที่ได้รับฟลูออไรด์เกิน  ยิ่งได้รับนานก็ยิ่งผิดปกติมาก  การแก้ไขทำได้เพียงการบูรณะฟันด้วยการขัดผิวฟัน  ฟอกสีฟัน อุดปิดผิวหน้าฟัน หรือครอบฟัน เพื่อทำให้เคลือบฟันดูดีขึ้น  และมักจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง

            เขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์อนามัยที่ 4  มีรายงานพบฟันตกกระในจังหวัดราชบุรี นครปฐม  กาญจนบุรี เพชรบุรี และสุพรรณบุรี  ภาพรวมเขตพบฟันตกกระในเด็กอายุ 12 ปี ร้อยละ 4.4  และผลการเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภค พบว่าแหล่งน้ำบริโภคในจังหวัดเหล่านี้หลายแห่งมีฟลูออไรด์สูงเกินค่ามาตรฐานน้ำประปาดื่มได้  ซึ่งมักจะพบว่าเป็นน้ำประปาที่มีผลิตมาจากน้ำบาดาล   วิธีการแก้ไขคือหลีกเลี่ยงไม่บริโภคน้ำที่มีฟลูออไรด์สูง  ไม่ดื่ม และไม่นำมาใช้ประกอบอาหาร   ควรเปลี่ยนแหล่งน้ำบริโภค เปลี่ยนแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตประปา เลือกที่มีปริมาณฟลูออไรด์ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย  หรือใช้เทคโนโลยีกรองฟลูออไรด์ออกจากน้ำ  เช่น  รีเวอร์สออสโมซิส (RO)  ฯลฯ   สิ่งสำคัญคือการให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน  รู้เท่าทันและไม่หลงเชื่อบริษัทขายเครื่องกรองน้ำที่ไม่สามารถกรองฟลูออไรด์ออกได้   มีการตรวจเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ น้ำประปา  น้ำดื่มบรรจุขวดที่ผลิตขึ้นในชุมชน และน้ำที่ผ่านการกรองด้วยตู้น้ำกรองหยอดเหรียญ   โดยเก็บตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าวแห่งละ 1 ตัวอย่าง ส่งตรวจหาปริมาณฟลูออไรด์ปีละ 1 ครั้ง   ที่สำนักทันตสาธารณสุข หรือศูนย์ห้องปฏิบัติการ กรมอนามัย    สามารถส่งตัวอย่างน้ำไปยังห้องแล็ปโดยตรง หรือส่งผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด     รวมทั้งต้องมีการจัดทำฐานข้อมูลปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำบริโภคของชุมชน เก็บไว้ที่หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เสี่ยง เพื่อการสืบค้นและจัดทำแผนที่ฟลูออไรด์เพื่อการเฝ้าระวังปัญหา และมีการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานแก้ไขปัญหาต่อไป

โดย ทพญ.ดลฤดี แก้วสวาท ทันตแพทย์ชำนาญการ

ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี