ปิดป้ายนี้

กินเจ อิ่มบุญอย่างปลอดภัย

วันที่ 08/10/2558

jj158

กินเจ อิ่มบุญอย่างปลอดภัย

ผักและผลไม้ เป็นแหล่งวิตามินและเกลือแร่ เส้นใยอาหาร ที่มีประโยชน์ที่สำคัญ 

ในช่วงที่ผ่านมา เทศกาลกินเจของแต่ละปี จะมีประชาชนตั้งใจทำบุญด้วยการบริโภคผักและผลไม้เพิ่มจำนวนมากขึ้น   แต่ความกังวลใจของผู้บริโภคที่มักเอ่ยถึงคือ  อันตรายจากสารกำจัดศัตรูพืช ทั้งจากสารฆ่าแมลง  สารกำจัดเชื้อรา วัชพืชฯ ที่คงเหลือตกค้างในผักผลไม้    โดยเฉพาะที่มีปริมาณเกินปริมาณมาตรฐานที่ราชการกำหนด  ซึ่งอาจเกิดจากเกษตรกรใช้มากเกินความจำเป็น  หรือเก็บเกี่ยวก่อนเวลาสลายตัว  ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อประชาชนผู้บริโภค ต่อระบบต่างๆภายในร่างกาย  เช่น  ระบบหายใจ  ระบบทางเดินอาหาร  ระบบสมองและประสาท  ทั้งแบบรุนแรงเฉียบพลันกรณีที่ได้รับในปริมาณที่สูง  และอันตรายแบบเรื้อรัง ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และการเกิดโรคมะเร็งได้ในระยะยาว 

                    การกินเจ หรือบริโภคผักผลไม้ให้ปลอดภัย  จึงต้องหลีกเลี่ยงสารพิษตกค้างดังกล่าว  โดย  รู้จักเลือกรับประทานผักและผลไม้ตามฤดูกาล  เช่น  ฤดูหนาว บริโภค ผักกาดขาว หัวไชเท้า มะเขือเทศ   เลือกบริโภคผักพื้นบ้านซึ่งปลูกง่าย ไม่ค่อยมีแมลงรบกวน  และ ไม่ควรจะเลือกดูแค่ลักษณะภายนอกเพราะผักมีรูพรุน มิใช่จะปลอดภัยเสมอไป แต่ต้องใส่ใจในแหล่งที่ซื้อด้วย โดยเน้นผักที่ปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ผักกางมุ้ง หรือมีการรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือว่าปลอดภัย      นอกจากนี้   สิ่งสำคัญ ที่จะช่วยลดอันตรายจากสารพิษตกค้างทางการเกษตรได้  คือการล้างให้สะอาด ก่อนนำไปปรุงหรือบริโภค ทั้งโดยประชาชนที่ประกอบอาหารเอง  และโดยเฉพาะในผู้ประกอบการจำน่ายอาหาร  เช่น ร้านอาหาร และแผงลอย  ที่จำหน่ายให้กับประชาชนส่วนใหญ่  ซึ่งจัดว่ามีความเสี่ยงสูง   แต่ก็สามารถช่วยลดอันตรายจากสารพิษเหล่านี้ได้ด้วยการล้างผักผลไม้ด้วยวิธีที่ถูกต้อง   ซึ่งจะเลือกใช้วิธีล้างผักแบบใดขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความสะดวก  ปริมาณ/ ชนิดของผัก-ผลไม้ที่ต้องการจะล้าง และเวลาที่มีอยู่ 

วิธีการล้างผักผลไม้ที่แนะนำ คือ ให้ปอกเปลือกหรือลอกใบชั้นนอกของผักออกทิ้ง

แกะเป็นกลีบ  หรือแกะใบออกจากต้น เด็ดเป็นใบๆ หรือตัดส่วนขอบรอบนอกออก เช่น กะหล่ำปลี  แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด อาจใช้วิธีการล้างน้ำสะอาดหลายๆครั้ง หรือล้างโดยใส่ตะแกรงเปิดน้ำให้แรงพอประมาณ ใช้มือช่วยคลี่ใบผักและถูไปมาบนผิวใบของผักผลไม้นานประมาณ 2 นาที  หรืออาจใช้แช่ในสารละลายที่ใช้ในการล้างผัก เพื่อช่วยลดสารพิษทางการเกษตรที่ตกค้าง  ซึ่งมีหลายตัว  เช่น  ใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำอุ่น 1 กะละมัง (20 ลิตร) แช่ผักผลไม้นาน 15 นาที  หรือ น้ำส้มสายชู5%ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:10 แช่นาน 10-15 นาที  หรือ ด่างทับทิม  20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 10 นาที  หรือ  เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ   4 ลิตร แช่นาน 10 นาที   ซึ่งไม่ว่าจะล้างด้วยสารละลายใดก็ตามจะต้องล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาดเสมอ  เพื่อเอาสารละลายและสารพิษที่ถูกชะล้างออก สำหรับความสามารถในการลดสารพิษตกค้างของสารละลายแต่ละชนิด ใกล้เคียงกัน ซึ่งจะขึ้นกับปริมาณ และชนิดสารเคมีที่เกษตรกรใช้กับผักผลไม้นั้นๆด้วย

                   จะเห็นได้ว่า  การลดความเสี่ยงจากสารพิษตกค้างในผักผลไม้ที่เราบริโภคนั้น  สามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง  ต้องรู้จักสังเกต และเลือกซื้ออาหารเจ หรืออาหารอื่นๆที่มีผักผลไม้ จากร้านอาหารหรือแผงลอยที่มีขั้นตอนการล้างผักผลไม้ที่สะอาดถูกต้องด้วย  การกินเจของเราจึงจะได้ทั้งบุญ และปลอดภัยต่อสุขภาพไปพร้อมกัน 

โดย นางสุภาภรณ์ หลักรอด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ

งานสุขาภิบาลอาหารและน้ำ  กลุ่มพัฒนาอนามัยสิ่งแวดล้อม  ศูนย์อนามัยที่ 4 ราชบุรี