Department of Health Residency Training Program - Preventive Medicine (Public Health)
 
Department of Health Residency Training Program
Topic : การจัดทำแผนการสอนในคลินิกสำหรับอาจารย์แพทย์ 8-9 ก.ย.58 กลับหน้าเดิม

หัวข้อประชุม 9-10 ก.ย.58
  1. พื้นฐานการจัดทำแผนการสอนในคลินิกสำหรับอาจารย์แพทย์
  2. นำเสนอแผนการศุึกษาการจัดทำแผนในคลินิกสำหรับอาจารย์แพทย์ กรณีศึกษาศูนย์อนามัยที่ 4
  3. การจัดทำแผนการสอนในคลินิกสำหรับอาจารย์แพทย์ ของศูนย์อนามัยที่ 1,3,5
  4. การนำเสนอแผนการสอนในคลินิกสำหรับอาจารย์แพทย์ ศูนย์อนามัยที่ 1,3,5

การจัดการเรียนการสอน

มุมมองของ การเรียนการสอนของครูและของนักเรียนนั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งครูต้องมีความเข้าใจทั้ง 2 มุมมอง โดย
  1. มุมมองของครู มักจะมองว่า นักเรียนเป็นอย่างไร หลังจากการเรียนการสอนคาดหวังว่าจะเกิด Outcome อะไรขึ้น ถ้าจะให้เกิด Outcome ดังกล่าว Contnet ที่จะใส่เข้าไปมีอะไรบ้าง จะใช้วิธีการสอนให้เหมาะกับ Content นั้นอย่างไร (Education Method) จะจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน อย่างไร (Learning Environment) และท้ายที่จะสุด จะประเมิน (Assess) ว่าได้ Outcome ที่ครูคาดหวังหรือไม่
  2. มุมมองของนักเรียน คือ ครูที่สอนคือใคร มีลักษณะอย่างไร วิธีการประเมินเป็นอย่างไร ทำอย่างไรถึงจะผ่านการประเมินด้วยคะแนนที่ดี เนื้อหาที่จะเรียนมีอะไรบ้าง กระบวนการเรียนการสอนเป็นอย่างไร สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนต้องการแบบไหน ซึ่งทั้งหมดจะส่งผลต่อระดับของ  ความตั้งใจเรียน หรือมีส่วนร่วมต่อการเรียนมากน้อยเพียงไร
  3. สรุป ถ้านำ 2 มุมมองมาผนวกกัน การประะเมินผล (Assess) มีผลต่อการกำหนดความตั้งใจ (Attention) ของนักเรียน เพราะฉะนั้น และการประเมินผล จะสัมพันธ์กับ Learning Method & Learning Environment  ซึ่งทั้ง 2 ส่วนสัมพันธ์กับ Content  และ Content สัมพันธ์กับ Outcome  เพราะฉะนั้น การเรียนการสอนจึงต้องพิจารณาตัวแปรที่ได้กล่าวมาทั้งหมดอย่างบูรณาการ เนื่องจากแต่ละตัวแปรส่งผลต่อกัน

ปรัชญาของการศึกษา

  1. ปรัชญาของการศึกษา คือการพัฒนาจาก
    1. ไม่รู้ --> รู้ (Knowledge)
    2. ทำไม่เป็น -->ทำเป็น (Practice)
    3. ขาดจิตพิสัย -->มีจิตพิสัย (Attitude)
  2. หลังการเรียนการสอน สิ่งที่จะทำการประเมินคือ เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากความรู้ใหม่ได้เรียนรู้
  3. การเรียนรู้ กับ การสอน เป็นคนละเรื่องกัน
    1. สอนแต่นักเรียนไม่รู้ก็ได้
    2. ในทางตรงกันข้าม ไม่ได้สอน แต่รู้ ก็สามารถเป็นได้ ถ้าได้รับการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ หรือปล่อยให้ลงไปปฏิบัติจริง แล้วเจอป้ญหา จากนั้นหาวิธีหรือกระบวนการในการแก้ปัญหา ก็ทำให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในการแก้ปัญหานั้นๆ
  4. การเรียนรู้คือการพัฒนา หรือ Development โดย Growth & Development นั้นต่างกัน 
    1. Growth นั้นไม่ต้องใส่ ตัวกระตุ้น ของให้ได้อาหารทั้ง Macro & Micro nutrient ก็สามารถ Growth ได้เท่ากัน
    2. Development นั้นต้องใส่ Stimuli ถึงเกิด Development

ตัวแปรสำหรับเรื่องการเรียนการสอน

  1. Content ประกอบด้วย
    1. Core Content หรือ Essential Content ซึ่งประกอบด้วย 3 domain ได้แก่
      1. Cognitive Domain (Knowledge)
      2. Psychomotor Domain.(Practice)
      3. Affective Domain (Professionalism)
    2. Knowledge of students ' interesting.
  2. Education Method
    1. Education Strategy (Two Extremes 7 Factors ของ RM Harden ,Susette Sowden and DR Dunn (1984) Modified by Pongsak Wannakrairot)
      • S = Student Centered --> Teacher Centered (ถ้า Student ต้องพิจารณาความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน ก็ต้องใช้วิธีที่มีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นกับ 1.ความต้องการหรือความสนใจ ,2.พื้นฐาน 3.ชอบวิธีการเรียน 4.ความไวต่อการรับรู้ ที่แตกต่างกันของแค่ละคน)
      • P = Problem based -->Information Gathering.
      • I = Integrated -->Discipline based. (แนวโน้มระยะหลัง การสร้างความรู้จะไม่ใช่รูปแบบของความรู้เดี่ยว แต่เป็นพหุความรู้ แล้วนำมาบูรณาการ สังเคราะห์เป็นความรู้ใหม่)
      • C = Community based -->Hospital based.
      • E = Electives --> Standard program (ควรมีเนื้อหาให้นักเรียน Elective ประมาณ 30% ที่เหลือ 70% เป็น Standard Program)
      • S = Systematic --> Apprenticeship - based. (การเรียนการสอนที่เป็นระบบ ไม่ใช่เดินตามอาจารย์ฟังว่าจะสอนหรือให้ทำอะไร เป็นเรื่องๆ หรือเป็น Case ๆ )
      • R = Research based -->Content & skill based.
    2. การจัดประสบการณ์การเรียนการสอน
      1. Conventional
        1. Lecture
        2. Small Group discussion.
        3. Experiment / Lab
      2. Process Base
        1. Experiential / Reflective / Transformative Learning
        2. Project Based Learning.
        3. Problem Based Learning
        4. Collaborative / Opperative Learning
        5. Team based Learning.
        6. Research based Learning.
        7. Flipped Class room.
  3. Learning Strategy
    1. การค้นคว้าด้วยตนเอง (Self Learining)
    2. การอภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Discussion & Reflection)
    3. การสรุปความรู้ (Analysis / Synthesis)
    4. การนำเสนอ หรือนำไปใช้ (Present / Applied)
    5. การปรับปรุง ค้นคว่าเพิ่มเติม (CQI or R2R)
  4. Learning Environment / Media
    1. Assessment
      1. Type of Assessmen แบ่งเป็น Formative & Summative.
      2. Assessment Tools
        1. Multiple choice Quesion (MCQ) / Matching
        2. Short Essay
        3. Long Essay.
        4. Modified Essay Question (MEQ)
        5. Performance Assessment (Check List / Rating Scale /Scoring Rubrics)
        6. Objective - Structured Clinical Examination . (OSCE)
        7. Portfolio assessment
        8. Oral Exam
  5. อ่านเพิ่มเติมประเภทของ Assessment
        1. Written Exercise
          1. Multiple Choice Question in either single base answer or extend matching format.
          2. Key Feature and script concordance question.
          3. Short Answer question.
          4. Structure Essay
        2. Assessment by supervising physician.
          1. Global rating with comment at end of rotation.
          2. Structure direct observation with check list for rating. eg Mini Clinical Evaluation Exercise or Vidio Review)
          3. Oral Examination
        3. Clinical Simulation.
          1. Standardized patients and objective structured clinical Examination.
          2. Incognito Standardized patient.
          3. High technology simulation.
        4. Multi source or 360 degree assessment.
          1. Peer assessment.
          2. patient assessment.
          3. Self assessment.
          4. Portfolio

บทบาทของครู

  1. กำหนดเนื้อหาที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป (Content)
  2. จัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเนื้อหา (Method)
  3. จัดหาสื่อการเรียนการสอน (Media)
  4. ร่วมอภิปราย
  5. ให้ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ ที่หาไม่ได้จากตำรา
  6. ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียน
  7. ประเมินความรู้นักเรียน
  8. ประเมินกระบวนการเพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน

หัวข้อของแผนการสอน

** หมายเหตุ เป็นบันทึกกันลืมของ นพ.ชลทิศ อุไรฤกษ์กุล ในตอนฟัง Lecture ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ วรรณไกรโรจน์

เอกสารอ้างอิง

  1. การจัดการเรียนการสอน (Active Learning) ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ วรรณไกรโรจน์
  2. ตัวอย่างเอกสารของศูนย์อนามัยที่ 4
    1. คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา
    2. คู่มือการฝึกอบรมเวชศาสตร์ป้องกัน (สาธารณสุข) word , pdf
    3. ตารางการเรียนการสอน (Excel)
    4. แผนการสอน(Word)
    5. แนวทางการประเมินผลปฏิบัติงาน
    6. แบบฟอร์มการประเมินผลการปฏิบัติงาน
    7. แบบฟอร์ม การส่ง Reflect Sheet
    8. แบบฟอร์ม การ Attend Class
Knowledge Center : กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
Copyright © 2015 Department of Health Ministry of Public Health.